เป็นทุกคน ความเจ็บปวด และการอักเสบนักวิ่งและคนทุกคนจะเลี่ยงจากการบาดเจ็บไม่ได้
เจ็บที่ก็อยากหายเร็วๆจะได้กลับไปวิ่งต่อ กินยาก็แล้ว แต่อยากทำอะไรเพิ่มอีกให้หายเร็วขึ้น ก็เอาอาหารเข้าช่วยแล้วกันค่ะ

อาหารอะไรในชีวิตประจำวันที่เราควรเลี่ยง เพื่ออาการอักเสบจะได้หายเร็วๆมีดังนี้นะครับ

  1. มันทอด (French Fries)
    ไปอ่านงานวิจัยของ Icahn School of Medicine, Mount Sinai เจอว่า เวลาเรามีอาการอักเสบภายในร่างกาย
    ถ้าเราตัดการกินอาหารทอดออกไป จะช่วยให้การอักเสบลดลงด้วย จริงๆแล้วไม่ได้จำกัดเฉพาะมันฝรั่งทอดหรอก
    แต่งานวิจัยเค้าใช้มันฝรั่งทอดเป็นหลักท็อป มีอย่างอื่นปนด้วยแต่น้อยกว่า 10%
  2. ขนมปังขาว
    นี่เป็นสาเหตุหนึ่งเลยที่นักวิ่งต่างประเทศเปลี่ยนไปกินอาหารแบบ gluten-free มากขึ้นเรื่อยๆ
    เพราะว่าอาการที่มีแป้งที่ผ่านการสังเคราะห์มามากๆ เช่นขนมปังขาว
    จะทำให้เซลในร่างกายเราจะผลิตและหลั่งสารน้ำประเภท proinflammatory cytokines
    ซึ่งปกติจะทำหน้าที่กระตุ้นภูมิคุ้มกันให้เกิดขึ้น คือเป็นสารตัวเดียวกับที่ร่างกายสร้างขึ้นเวลามีอาการอักเสบ
    ซึ่งจะช่วยฆ่าเชื้อโรคได้ แต่เมื่อมีมากไป ก็เป็นสาเหตุให้เกิดโรค เช่น โรคข้ออักเสบ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้ (Ref:
    Victoria J. Drake, PhD, manager of the micronutrient information center at the Linus Pauling Institute)
  3. ครีมใส่กาแฟ (Coffee Creamer)
    นอกเหนือจากมี ไขมันเลว (trans fat) ที่จะไปเกาะเส้นเลือดเราแล้ว ไขมันเลวชนิด trans fat
    นี่ตัวดีเลยที่ทำให้อาการอักเสบเราเป็นมากขึ้น แล้วก็อย่าได้คิดฝันเลยว่าเวลาผู้ผลิตเขียนว่า “zero grams trans fat”
    ก็ไม่ได้แปลว่าเราปลอดภัยรอดตัวนะคะ เพราะว่าตามกฎหมายสากลนี่ผู้ผลิตจะเขียนอย่างนั่นได้ ก็ต่อเมื่อผลิตภัณฑ์มี trans
    fat น้อยกว่า ครึ่งกรัมต่อการเสิร์ฟ 1 ครั้ง (การเสิร์ฟ 1 ครั้งของเค้านี่เป็นปริมาณน้อยมากๆครับ) แต่ทีนี่มีใครเคยนับบ้างว่า
    คนชงใช้ครีมเป็นจำนวนเท่าไหร่ถึงฟูฟ่องขนาดนั้น ที่แน่ๆคือแก้วนั้นน่ะหลายเสิร์ฟชัวร์
    อีกอย่างคือ บางทีผู้ผลิตจะเลี่ยงการใช้คำว่า trans fat แต่ไปใช้คำว่า “partially hydrogenated oil” ซึ่งก็คือ trans fat
    ภาษาสุภาพนั่นแหละ
  4. โดนัทและขนมประเภท pastries ต่างๆ
    ก็นั่นแหละ แป้งขาว trans fat อย่างที่บอกไป แต่เพิ่มน้ำตาล ตัวดีเลยนี่ เพราะน้ำตาลไปเร่งเพิ่มสัญญาณ pro-inflammatory
    signals ให้เพิ่มมากเกินไป ทำให้ให้เกิดโรค เช่น โรคข้ออักเสบ โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ได้
  5. ขนมปังกรอบประเภท Cracker
    ฟังดูไม่ค่อยอ้วนเท่าไหร่เนอะ ยิ่งมีคำว่า “multigrain” เข้าไปอีก แต่อย่าลืมว่าการที่จะทำให้กรอบ แปลว่า
    พวกขนมปังประเภทนี้ผ่านการแปรรูปและสังเคราะห์อย่างสาหัส นอกเหนือจากที่เต็มไปด้วยแป้งขาว น้ำตาล และ trans fat
    แล้ว ส่วนใหญ่ผู้ผลิตจะใช้ น้ำมันประเภทน้ำมันข้าวโพด พวกน้ำมันถั่วเหลือง พวกนี้จะมี โอเมก้า 6 ซึ่งร่างกายใช้ โอเมก้า 6
    นี้เป็นสารตั้งต้นในการสร้างสารที่ก่อให้เกิดการอักเสบ คือเป็นกลไกชนิดหนึ่งในระบบภูมิคุ้มกันของเรา
    แต่ถ้ามีมากเกินความต้องการ ก็จะเกิดการอักเสบเรื้อรังภายในบ่อยและนานด้วย จึงไม่ควรกินอาหารที่มี โอเมก้า 6
    มากเกินความต้องการของร่างกาย
    ร่างกายของเราต้องการ โอเมก้า 6 ในปริมาณเท่าๆ กันหรือมากกว่า โอเมก้า 3 ประมาณ 2 เท่า
    กรดไขมันทั้งสองชนิดนี้จะแย่งชิงกันทำงานในเซลล์ ดังนั้นหากเรารับอาหารที่มี โอเมก้า 6 มากจึงต้องการ โอเมก้า 3
    มากขึ้นตามไปด้วย
    โอเมก้า 3 ซึ่งเป็นกรดไขมันที่มีบทบาทหลายอย่าง เช่น ช่วยลดหรือต้านการอักเสบ ลด cholesterol และ triglyceride
    ในเลือด จะมีอยู่ใน ไข่ ปลาซัลมอน ถั่วอัลมอนด์ ปลาน้ำจืดบางชนิด
    ส่วนโอเมกา 6 คือตัวถ่วงสมดุลของกรดไขมันโอเมก้า 3 ซึ่งร่างกายเรานั้นจะใช้ประโยชน์จากกรดไขมันทั้ง 2 ชนิดด้วยกัน
    โอเมกา 6 เป็นกรดไขมันจำเป็นที่ร่างกายไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ ต้องได้รับจากอาหารเท่านั้น มีอยู่ในพวก น้ำมันพืช
    ถั่วเหลือง ทานตะวัน อิฟนิ่งพริมโรส คาโนล่า รำข้าว, จมูกข้าว น้ำมันรำข้าว
  6. อาหารเช้าประเภท Cereal
อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อเกิดการอักเสบ
อาหารที่ควรเลี่ยงเมื่อเกิดการอักเสบ

แค่อยากจะแยกพวกออกมาจากกลุ่มแป้งและน้ำตาลข้างบน เพื่อบอกว่า ไม่ใช่ cereal ทุกแบบจะดีหมดนะคะบางยี่ห้อมีน้ำตาลมากจนกินขนมแทนอาจจะผอมกว่า ดังนั้นดูข้างกล่องด้วยว่า มีไฟเบอร์เท่าไหร่ มีน้ำตาลแค่ไหนเทียบๆกันดูในร้านนะครับ

  1. เบคอน
    เต็มไปด้วยไขมันอิ่มตัว แถมยังเป็นอาหารที่ผ่านก่รแปรรูปอีก ไส้กรอกด้วย พอๆกันเลยค่ะ
    ไขมันและอาหารที่เปลี่ยนรูปนี่เป็นตัวที่ทำให้อาการอักเสบเราหายช้าครับ
  2. Granola Bars
    ประสพการณ์ตรงเลยอันนี้ เดินเล่นลั่นล้า ซื้อยี่ห้อที่ไม่เคยซื้อ นึกว่าของดี ปรากฎดํข้างกล่องแล้วจะเป็นลม
    มีน้ำตาลมากกว่าช็อกโกแลตบาร์อีก ดูอันที่มีน้ำตาลน้อยกว่า 8 กรัมดีที่สุดนะครับอ่านให้ดี
  3. โยเกิร์ตชนิดหวาน (Sweetened Yogurt)
    จะด้วยผลไม้ หรือแยม หรือน้ำตาลจากผลไม้รูปแบบไหนก็ตาม ไม่ดีทั้งสิ้น เพราะโยเกิร์ตส่วนใหญ่จะมีแล็คโต้ส
    ซึ่งก็คือน้ำตาลโมเลกุลคู่ในนมอยู่ (milk sugar)
    เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราควรต้องระวังเวลากินโยเกิร์ต
    คือปริมาณน้ำตาลที่ส่วนใหญ่ผู้ผลิตจะเขียนในรูปแบบต่างๆแบ่งแยกย่อยกันไปเยอะแยะละเอียดยิบ ด้วยเหตุผลที่ว่า
    ไม่ต้องการให้คำว่า ‘น้ำตาล’ อยู่บนยอดของรายการส่วนประกอบ ว่าโยเกิร์ตนั้นมีปริมาณน้ำตาลสูง ทางที่ดีที่สุดคือ
    เลือกโยเกิร์ตรสธรรมชาติแล้วใส่ผลไม้จริง ดีที่สุดครับ
    เหตุผลเดิมเลยคือ น้ำตาลไปเร่งเพิ่มสัญญาณ pro-inflammatory signals ให้เพิ่มมากเกินไปนั่นเอง
    อักเสบตรงไหน รักษาให้หายเร็วด้วยการเลี่ยงอาหารที่ทำให้การอักเสบมากขึ้นนะครับ

#เรื่องทั่วไป #ความรู้รอบตัว #Howto #เทคนิคต่างๆ #แทงบอลออนไลน์

number
admin@numberssd.com