สวัสดีค่ะ วันนี้เราจะพาย้อนอดีตมารู้จักกับจักรวรรดิโรมัน มาดูกันว่าได้เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่แบ่งโรมันเป็นตะวันออกและตะวันตก? และเหตุใดจักรวรรดิโรมันตะวันตกจึงล่มสลาย?

ในปีค.ศ. 395 หลังจากที่จัดรพรรดิเธโอโดซิอุสที่ 1 ได้สิ้นพระชนม์ลง อาณาจักรโรมันได้ถูก แบ่งแยกอย่างเด็ดขาด ออกเป็นโรมันตะวันตกและโรมันตะวันออก และโรมไม่ได้เป็นเมืองหลวงตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

โรมันตะวันตก
หลังจากที่แยกตัวออกมาไม่นาน โรมันตะวันตกก็ประสบวิกฤตเรื่องความอดอยากหิวโหยและกาฬโรค ส่งผลให้ประชากรหายไปเป็นจำนวนครึ่งหนึ่ง และการค้าขายสภาพเศรษฐกิจก็หยุดทันที ซึ่งคนส่วนใหญ่จะรู้จักกันในชื่อของ ‘ยุคมืด’ และในปีค.ศ. 476 โอโดเซอร์ แม่ทัพชาวอนารยชนได้ปลดจักรพรรดิโรมิวลุส ออกัสตุส จักรพรรดิคนสุดท้ายของโรมันตะวันตกออกจากบัลลังค์

อะไรเป็นสาเหตุให้จักรวรรดิโรมันตะวันตกล่มสลาย

– การแก่งแย่งชิงดีในราชสำนัก ฆ่ากันจนชาวบ้านไม่พอใจ
– สงครามกลางเมือง เป็นเหตุการ์ที่สร้างคงามเสียหายให้กับโรมเป็นอย่างมาก
– การรุกรานจากเผ่าต่างๆ
– การแบ่งอาณาจักร เนื่องจากโรมใหญ่เกินไป ดูแลไม่ทั่วถึง พอแบ่งแล้วส่วนไหนมีปัญหาก็อยู่ไม่รอด
– สภาพบ้านเมือง ไม่ใช่เส้นทางค้าขาย และมีสิทธิ์ถูกรุกรานได้ง่าย
– การอพยพของพวกเยอรมันที่หนีชาวฮั่นเข้ามา รวมถึงเผ่าวิซิกอธที่เข้ามารุกรานภายหลัง
– จักรพรรดิโรมิวลุส ออกัสตตุส จักรพรรดิคนสุดท้ายถูกสังหาร

โรมันตะวันออก
หลังจากที่แยกตัวออกมาก็ถูกเรียกว่า จักรวรรดิไบแซนไทน์ ปกครองโดยจักรพรรดิคอนแสตนติน ซึ่งการเติบโตของอาณาจักรแตกต่างกับโรมันตะวันตกโดยสิ้นเชิง เพราะมีแต่ความเจริญรุ่งเรื่อง มีทั้งอำนาจทางเศรษฐกิจ ผู้คนร่ำรวย อายรธรรมเฟื่องฟู และในปี 1453 ไบแซนไทน์ก็ถูกชาวเติร์กโจมตีและยึดเมือง ปิดฉากจักรวรรดิไบแซนไทน์

มีสถาปัตยกรรมที่งดงามที่สุดในจักรวรรดิไบแซนไทน์นั้น คือ วิหารเซนต์โซเฟีย ที่ตกแต่งด้วยหินอ่อนและประดับภาพโมเสกสีทองที่ใต้โดมและตามแนวกำแพงติดหน้าต่างกว้างให้แสงเข้าสู่ภายในวิหาร และสถาปัตยกรรมส่วนใหญ่ของไบแซนไทน์จะตกแต่งด้วยโมเสกหลายสีสัน ซึ่งศิลปินได้แรงบันดาลใจมาจากศิลปะเกรโก สมัยที่จักรวรรดิโรมันรุ่งเรือง เทคนิคการทำโมเสกคือ นำก้อนหินเล็กๆ จุ่มลงในปูนปลาสเตอร์เปียกแล้วนำไปวางบนผ้าแล้วติดกาว

#โรมันตะวันตกและโรมันตะวันออก #เติมเงินขั้นต่ำ100บาท

number
admin@numberssd.com