แต่ทุกวันนี้ผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมทุกคนก็น่าจะเคยได้เข้าไปใช้บริการมินิมาร์ทหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตซึ่งกลายเป็นร้านค้าแบบใหม่ขั้นพื้นฐานมาแทนโชว์ห่วยหรือร้านค้าท้องถิ่นแบบเก่า ที่ล่มหายตายจาก หายหน้าหายตาไปจากสังคมท้องถิ่นไทยกันแล้ว

และแน่นอนว่าในซุปเปอร์มาเก็ตทั้งหลายในตู้เย็นของพวกเขามักจะปรากฏไปด้วยอุปกรณ์เครื่องดื่มมากมายให้ได้เลือกซื้อไปดื่มกินกันไม่ว่าจะเป็นกาแฟ โซดาเครื่องดื่มของมึนเมา แต่จะมีเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่งที่ในประมาณ 10 ปี มานี้ กลายมาเป็นเครื่องดื่มที่สำคัญในตู้เย็นมินิบาร์ทั้งหลายนั่นก็คือเครื่องดื่มประเภทชานั้นเอง

ชาคืออะไร

ชาเป็นยอดใบอ่อนและก้านของต้นชา เสื้อก็มีหลากหลายสายพันธุ์เช่นเดียวกับพืชผลอื่นๆซึ่งสามารถนำมาผ่านวิธีการแปรรูปมาเป็นเครื่องดื่มมีกลิ่นหอมสามารถดื่มได้แล้วว่ากันว่าเป็นเครื่องดื่มในอันดับที่ 2 ที่ผู้คนดื่มอื่นมากที่สุดรองจากน้ำเปล่า ต่างจากความเข้าใจของคน

ทั่วไปที่คิดว่ากาแฟจะเป็นเครื่องดื่มอันดับที่ 2 ของโลก โดยประเภทของใบชานั้นมีหลายรูปแบบแต่เราจะสามารถแบ่งเป็นประเภทใด 6 ชนิด ด้วยกัน เริ่มต้นตั้งแต่เช้าขาวชาเหลืองชาเขียวชาอู่หลงชาดำ และชาผู่เออร์ ประเภทของชายคนนี้ไม่ได้หมายถึงสายพันธ์แต่อย่างไรแต่หมายถึงกรรมวิธีการทำวิชาที่ทำให้มีรสชาติออกมาแตกต่างกัน

การแพร่หลายของการดื่มชา

ว่ากันว่าประเทศเล็กๆที่ได้เกิดวัฒนธรรมการดื่มชาขึ้นนั้นนั่นก็คือประเทศจีนในสมัยพระเจ้าเสินหนิง ที่บังเอิญใบชาได้หล่นใส่หม้อต้มน้ำของพระองค์ ทำให้เมื่อทดลองได้ชิมน้ำที่ต้มดูก็รู้สึกถึงความสดชื่นจากใบชา จากนั้นวัฒนธรรมการดื่มชาในประเทศจีนก็เริ่มพัฒนาก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆซึ่งเกิดมาถึง 2000 ปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว

ทำให้มีเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นวิธีการชงชาอุปกรณ์ที่ใช้ชงเกิดขึ้นมากมายตามยุคสมัย จากนั้นก็แพร่หลายไปยังประเทศญี่ปุ่นมี 1 ประเทศ ที่มีวิธีการชงชาอันหลากหลาย โดยเชื่อกันว่ามีการแพร่หลายเข้าไปในดินแดนอาทิตย์อุทัยตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 1991 ที่บริษัทอีสอินเดียของอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือการบุกรุกประเทศอื่นในยุคล่าอาณานิคมช่วงศตวรรษที่ 18

ได้เห็นช่องทางทำกำไรจากใบชาจึงได้นำต้นชาจากจีนแผ่นดินใหญ่ข้ามไปปลูกที่ประเทศอินเดียเพื่อหลีกหนีการที่จะต้องซื้อไปชาจากประเทศจีนแต่ที่เดียวตั้งแต่นั้นมา ก็เริ่มแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วประเทศยุโรป

โดยเฉพาะประเทศอังกฤษเจ้าของบริษัทอีสอินเดีย ซึ่งแน่นอนว่าประเทศอังกฤษเองก็ได้มีการสร้างวัฒนธรรมการดื่มชาขึ้นมาเป็นของตนเองเช่นเดียวกัน หากแต่จะแตกต่างจากลักษณะการดื่มชากระจก และเพิ่มเติมรสชาติคล้ายกับการดื่มกาแฟอยู่บ้าง

จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมดที่อีกจะเห็นได้ว่าเครื่องดื่มที่เรียกว่าชานั้นมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานหลายพันปีมาแล้ว และจะยังคงอยู่คู่สังคมมนุษย์โลกต่อไปอีกนานเท่าไหร่

#ชา

number1
number1@numberssd.com