รวมเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใสตามแบบฉบับสาวเกาหลี

รวมเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใสตามแบบฉบับสาวเกาหลี เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว เทคนิคต่างๆ สาระน่าสนใจ สมุนไพรช่วยฟื้นฟูผิวหน้า

การที่มีผิวพรรณที่มีความขาวกระจ่างใสถือว่าเป็นสิ่งที่สาว ๆหลายคนต้องการมากที่สุดเลยก็ว่าได้ จนทำให้บางคนถึงพยายามที่จะมองหาวิธีการที่จะทำให้ผิวมีความขาวใสในแบบธรรมชาติ แถมในปัจจุบันเทรนการที่มีผิวขาวแบบเกาหลีก็ถือว่ากำลังมาแรงที่สุดอยู่ในขณะที่เลยก็ว่าได้ ดังนั้นในบทความนี้ผู้เขียนจึงจะมาแนะนำรวมเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใสตามแบบฉบับสาวเกาหลีว่าแต่จะมีอะไรบ้างเรามาชมไปพร้อม ๆ กันเลย 1. ทาครีมบำรุงผิว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้ผิวของสาว ๆ มีความขาวกระจ่างใสมากขึ้น โดยสาว ๆ อาจจะต้องมองหาครีมบำรุงผิวที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุดจากนั้นก็หมั่นทาเป็นประจำเช้าและเย็นก็จะช่วยทำให้ผิวมีความขาวกระจ่างใสดั่งเกาหลีได้ในแบบที่ต้องการอีกด้วย 2. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การที่สาว ๆ หมั่นทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารที่เพียงพอก็จะมีส่วนช่วยที่จะทำให้ผิวพรรณของสาว ๆ มีความขาวกระจ่างใสที่มากขึ้นกว่าเดิม  และที่สำคัญการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ยังช่วยทำให้สุขภาพของสาว ๆ ดีขึ้นอีกด้วย 3. พักผ่อนให้เพียงพอ   ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยสาว ๆจะต้องพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวัน ซึ่งการที่สาว ๆพักผ่อนเพียงพอก็จะมีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย 4. ดื่มน้ำให้มาก ๆ การที่สาว ๆ ดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำก็จะมีส่วนช่วยที่จะทำให้ผิวพรรณมีความสวยงามและดูเปล่งปลั่งมากขึ้นพร้อมกับยังมีส่วนช่วยในการขับสารพิเศษที่อยู่ในร่างกายให้ออกได้อย่างหมดจดอีกด้วย 5. มีวินัยในการดูแลผิวตัวเอง   การที่สาว ๆ จะมีผิวพรรณที่สวยงามแบบสาวเกาหลีได้ในแบบที่ต้องการจะต้องหมั่นดูแลผิวของตัวเองให้มีความขาวกระจ่างใสอย่างสม่ำเสมอด้วยการทาครีมบำรุงพร้อมกับหมั่นขัดผิวเป็นประจำก็จะช่วยทำให้ผิวมีความขาวใสมากขึ้นอีกด้วย เป็นอย่างไรบ้างสำหรับบทความรวมเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใสตามแบบฉบับสาวเกาหลีหวังว่าคงจะเป็นบทความที่ถูกใจสาว ๆ ที่กำลังมองหาตัวช่วยที่จะทำให้ผิวมีความขาวกระจ่างใสมากขึ้น แถมวิธีการดูแลผิวตามแบบฉบับสาวเกาหลีที่แนะนำไปข้างต้นก็ยังถือว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้มีผิวขาวในแบบธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องพึ่งการฉีดผิวหรือการใช้ครีมยี่ห้อแพง ๆอีกด้วย เครดิตภาพ sanook.com, khong-dee.com, women.kapook.com #เรื่องทั่วไป […]

รวม 5 สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้ดีเยี่ยม

รวม 5 สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้ดีเยี่ยม เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว เทคนิคต่างๆ สาระน่าสนใจ สมุนไพรช่วยฟื้นฟูผิวหน้า

เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนอาจจะต้องมีการเสียเงินในราคาแพง ๆ ด้วยการทำทรีตเมนต์หน้าใสกับทางคลินิกหรือสถาบันความงามต่าง ๆ ซึ่งการที่ทำให้ผิวมีความขาวใสด้วยเทคนิคทางการแพทย์ถือว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เรามีผิวพรรณที่สวยงามมากขึ้น แต่ก็อาจจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากพอสมควรที่จะส่งผลทำให้สาว ๆ เกิดอาการแพ้จนส่งผลทำให้ใบหน้าพังและเสียโฉมได้ ดังนั้นเราจึงมาแนะนำรวม 5 สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้ดีเยี่ยม ว่าแต่จะมีอะไรบ้างเรามาชมไปพร้อม ๆ กันเลย 1. น้ำแตงกวา ถือว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวหน้ามีความเต่งตึงมากขึ้นและดูอ่อนกว่าวัยโดยให้สาว ๆนำแตงกวามาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาทาบริเวณใบหน้าก่อนนอนเป็นประจำทุกคืนซึ่งน้ำในแตงกวาจะมีส่วนช่วยที่จะเติมเต็มผิวให้มีความชุ่มชื้นมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย 2. น้ำแครอท การที่สาว ๆ ดื่มน้ำแครอทเป็นประจำก็จะมีส่วนช่วยทำให้ผิวหน้าและผิวกายมีความกระจ่างใสในแบบธรรมชาติพร้อมกับยังมีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และที่สำคัญถ้าดื่มเป็นประจำก็จะมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาที่จะทำให้การมองเห็นดีขึ้นอีกด้วย 3. ชาดอกคาโมมายล์ สำหรับดอกคาโมมายล์ถือว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวกายและผิวหน้ามีความชุ่มชื้นมากขึ้นพร้อมกับยังช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆบนใบหน้าให้ดูจางลงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และที่สำคัญถ้าดื่มชาดอกคาโมมายล์เป็นประจำทุกวันที่จะช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวให้มีความแข็งแรงอีกด้วย 4. ตะไคร้ สำหรับการดื่มน้ำตะไคร้เป็นประจำก็จะช่วยทำให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้นมากขึ้นและมีส่วนช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าให้มีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมหลายเท่า และที่สำคัญน้ำตะไคร้ยังช่วยทำให้สาว ๆมีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย 5. ว่านหางจระเข้ สำหรับสาว ๆที่อยากจะมีใบหน้าที่ขาวกระจ่างใสขอแนะนำให้มองหาว่านหางจระเข้มาพอกหน้าเป็นประจำก่อนนอนก็จะมีส่วนช่วยในการลดเลือนรอยแผลเป็นต่าง ๆบนใบหน้าให้ดูจางลงพร้อมกับเผยผิวที่มีความขาวกระจ่างใสที่มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย จบกันไปแล้วนะคะสำหรับบทความรวม 5 สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้ดีเยี่ยมหวังว่าคงจะเป็นบทความที่ถูกใจสาว ๆที่กำลังมองหาตัวช่วยที่จะทำให้ผิวพรรณมีความขาวกระจ่างใสมากขึ้น แถมสมุนไพรที่ผู้เขียนแนะนำไปข้างต้นก็ยังมาพร้อมกับคุณประโยชน์มากมายหลายอย่างที่จะช่วยทำให้ผิวมีความขาวกระจ่างใสในแบบธรรมชาติอีกด้วย เครดิตภาพ women.kapook.com #เรื่องทั่วไป #เกร็ดความรู้รอบตัว #เทคนิคต่างๆ #สาระน่าสนใจ #สมุนไพรช่วยฟื้นฟูผิวหน้า

ทริคปรับการขับถ่ายให้เป็นเวลา

ทริคปรับการขับถ่ายให้เป็นเวลา เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว เทคนิคต่างๆ สาระน่าสนใจ ทริคการขับถ่ายให้เป็นเวลา

การขับถ่ายให้เป็นเวลาถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่เราเชื่อว่าก็ยังมีอีกหลายคนที่ขับถ่ายยาก หรือถ่ายไม่ค่อยออก เป็นปัญหาที่ค่อนข้างอึดอัดเลยทีเดียว เพราะการไม่ขับถ่ายบ่อยๆจะส่งผลให้ลำไส้ดูดน้ำในอุจจาระมากขึ้น จนอุจจาระมีความแข็งและไปขูดกับผนังลำไส้จนเลือดออกได้ ใครที่ขับถ่ายไม่เป็นเวลาไม่ต้องกังวลนะคะ วันนี้เรามีทริคปรับการขับถ่ายให้เป็นเวลามาแจกเพื่อนๆทุกคน รับรองว่าได้ผลแน่นอนค่ะ 1. รีบเข้าห้องน้ำตั้งแต่เช้า สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเข้าห้องน้ำก็คือช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 05.00-07.00 น. แต่หากไม่ปวดก็ไม่ควรเบ่งนะคะ เพราะอาจทำให้เกิดริดสีดวงตามมาได้ เพียงแค่ฝึกเข้าห้องน้ำให้ตรงเวลาการขับถ่ายเป็นเวลาก็จะตามมาเองค่ะ 2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีที่ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น นอกจากจะช่วยให้เราสามารถขับถ่ายเป็นเวลาแล้ว ยังช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักๆก็ได้ เพียงแค่เดิน วิ่ง หรือกระโดดเชือกก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายแล้วค่ะ 3. พักผ่อนให้เป็นเวลา ข้อนี้ก็ถือว่าสำคัญมาก เพราะหากเราพักผ่อนไม่เป็นเวลา ก็จะทำให้ระบบการทำงานในร่างกายแปรปรวน รวมไปถึงระบบขับถ่ายที่ทำให้ถ่ายไม่เป็นเวลานั่นเอง ดังนั้นหากอยากขับถ่ายให้เป็นเวลา ควรทานอาหารให้ตรงเวลา นอนและตื่นให้ตรงเวลา การขับถ่ายก็จะตรงเวลาไปด้วยแน่นอน 4. ดื่มน้ำทุกเช้าหลังตื่นนอน หลังจากตื่นนอนในตอนเช้าแล้วควรหยิบน้ำมาดื่มทันทีอย่างน้อย 1 แก้ว เพื่อเป็นการปลุกระบบย่อยอาหารให้เริ่มตื่นตัว ระบบขับถ่ายก็จะตื่นตัวตามไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้เราขับถ่ายเป็นเวลาอย่างแน่นอน 5. ทานอาหารที่มีกากใยสูง ปัญหาการขับถ่ายไม่ว่าจะถ่ายยากหรือถ่ายบ่อยก็มาจากอาหารที่เราทานนั่นเอง หากอาหารที่เราทานมีกากใยไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดอาการท้องผูก ควรเลือกทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆเพื่อให้ขับถ่ายเป็นเวลาได้ง่ายขึ้น 6. […]

5 วิธีการดูแลผิวก่อนนอนให้มีความขาวกระจ่างใส

5 วิธีการดูแลผิวก่อนนอนให้มีความขาวกระจ่างใส เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว เทคนิคต่างๆ สาระน่าสนใจ วิธีการดูแลผิวก่อนนอน

การที่จะมีผิวหน้าที่ขาวใสถือว่าเป็นความฝันของสาว ๆ หลายคนก็ว่าได้จนทำให้สาว ๆบางคนถึงกับถึงหาครีมยี่ห้อแพง ๆมาใช้กันในแบบที่หลากหลายจนส่งผลทำให้บางคนถึงกับหน้าพังกันมาแล้วก็มี ดังนั้นในบทความนี้เราจึงจะมาแนะนำ 5 วิธีการดูแลผิวก่อนนอนให้มีความขาวกระจ่างใส ว่าแต่จะมีอะไรบ้างเรามาชมไปพร้อม ๆ กันเลย 1. ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง ภายหลังจากที่สาว ๆ แต่งหน้ามาตลอดทั้งวันควรมีการทำความสะอาดในแบบที่ถูกวิธีด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนจึงจะมีส่วนช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจดพร้อมกับยังมีส่วนช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้าได้ดีในระดับหนึ่งอีกด้วย 2. การใช้โทนเนอร์ ภายหลังจากที่สาว ๆแต่งหน้ามาตลอดทั้งวันในส่วนของการล้างหน้าที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายควรมีการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยการใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแตงกวาและสารบำรุงก็จะมีส่วนช่วยในการทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกพร้อมกับยังช่วยทำให้ผิวหน้ามีความสะอาดมากขึ้นอีกด้วย 3. ควรทาอายครีมก่อนนอนทุกครั้ง สำหรับผิวบริเวณรอบดวงตาถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ดังนั้นควรมองหาอายครีมยี่ห้อดี ๆมาบำรุงผิวบริเวณรอบดวงตาเป็นประจำก่อนนอนทุกวันก็จะช่วยทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตามีความเต่งตึงมากขึ้นอีกด้วย 4. หมั่นทาวาสลีนเป็นประจำ สำหรับวานสลีนถือว่าเป็นไอเท็มสำคัญที่จะช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น แถมยังมีส่วนช่วยที่ทำให้ผิวบริเวณข้อศอก หัวเข่า ส้นเท้า มีความนุ่มและมีส่วนช่วยในการปรับสภาพผิวให้มีความขาวกระจ่างใสอีกด้วย 5. หมั่นทาครีมบำรุงมือเป็นประจำ สำหรับมือถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สาว ๆ ควรดูแลมากที่สุดเลยก็ว่าได้ดังนั้นควรมองหาครีมทามือยี่ห้อดี ๆที่มีส่วนผสมของวิตามินอีจึงจะมีส่วนช่วยที่จะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นพร้อมกับมีส่วนช่วยในการลดความแห้งกร้านได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย เป็นอย่างไรบ้างสำหรับบทความ 5 วิธีการดูแลผิวก่อนนอนให้มีความขาวกระจ่างใส หวังว่าคงจะเป็นบทความที่ถูกใจสาว ๆที่กำลังมองหาวิธีการบำรุงผิวให้มีความกระจ่างใสด้วยวิธีธรรมชาติโดยที่จะไม่ส่งผลข้างเคียงใด แถมวิธีการดูแลผิวที่ผู้เขียนแนะนำไปข้างต้นก็ยังถือว่าเป็นวิธีการดูแลผิวในแบบเบื้องต้นที่จะช่วยทำให้ผิวของสาว ๆมีความขาวใสในแบบไม่ต้องพึ่งการฉีดผิวหรือใช้ครีมในราคาแพงใด ๆ อีกด้วย เครดิตภาพ women.kapook.com #เรื่องทั่วไป #เกร็ดความรู้รอบตัว #เทคนิคต่างๆ #สาระน่าสนใจ #วิธีการดูแลผิวก่อนนอน

สีเสื้อมงคลปี 2565 วันไหนใส่สีอะไรดี เสริมดวงให้พุ่งฉุดไม่อยู่

สีเสื้อมงคลปี 2565 วันไหนใส่สีอะไรดี เสริมดวงให้พุ่งฉุดไม่อยู่ เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว เทคนิคต่างๆ สาระน่าสนใจ สีเสื้อมงคลปี2565

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะซื้อเสื้อใหม่เพื่อต้อนรับปีใหม่ที่ใกล้จะมาถึงนี้ ซึ่งขอบอกว่าต่อให้เสื้อจะสวยขนาดไหน แต่หากเลือกใส่สีผิดวัน จากที่ปัง ๆ อาจจะพังลงมาได้ ไม่เพียงเท่านี้ยังช่วยเพิ่มความมั่นใจ รับรองว่าเสริมดวงให้ดีขึ้นกับผู้ที่ได้สวมใส่อีกด้วย มาดูกันว่าสีเสื้อมงคลปี 2565 วันไหนต้องใส่สีอะไร สายมูต้องไม่พลาด ไปกันเลย – ตารางสีเสื้อใส่แล้วปังตลอดปี 2565                วันอาทิตย์ สีเสื้อมงคลปี 2565 ของวันนี้หากจะเสริมดวงทางด้านการเงินด้วยสีเขียว น้ำตาล ดำ และม่วง การงานสีส้ม แดง ด้านความรักสมหวังใส่สีดำ หรือเทา ส่งเสริมให้มีสุขภาพดีสีครีม ขาว เทา ขจัดอุปสรรคเสริมความสำเร็จใส่สีส้ม ชมพู หากไม่อยากล้มเหลวในด้านต่าง ๆ ไม่ควรใส่สีฟ้าและสีน้ำเงิน วันจันทร์ หากอยากเสริมดวงทางด้านการงานให้ใส่สีเขียว เทา ครีม ดวงการเงิน ทอง ส้ม เหลือง และม่วง สำหรับใครที่อยากให้ความรักสมหวังจะใส่สีฟ้าหรือน้ำเงินก็ได้ ต้องการเสริมด้วยด้านสุขภาพใส่สีชมพู หากไม่อยากให้มีอุปสรรคปัญหาสวมเสื้อขาว และที่ไม่ควรใส่เลยคือสีแดง                วันอังคาร เสริมดวงการงานด้วยชมพู ม่วง น้ำเงิน ด้านการเงินใส่สีส้ม […]

เคยทำสิ่งใดไว้ เมื่อจากโลกนี้ไป คนที่ยังอยู่จะนึกถึงสิ่งที่เคยทำเอาไว้

เคยทำสิ่งใดไว้ เมื่อจากโลกนี้ไป คนที่ยังอยู่จะนึกถึงสิ่งที่เคยทำเอาไว้ เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว เทคนิคต่างๆ สาระน่าสนใจ

ชีวิตเรามันไม่แน่นอน  เคยทำสิ่งใดไว้ เมื่อจากโลกนี้ไป คนที่ยังอยู่จะนึกถึงสิ่งที่เคยทำเอาไว้   คุณเคยพูดถึงคนที่จากไปแล้วบ้างหรือไม่ เขาเคยทำอะไรไว้ให้คุณต้องคิดถึง ไม่ว่าจะเคยทำอะไรไว้ตอนมีชีวิตอยู่ทั้งความดี และไม่ดี ไม่ใช่แค่ผู้คนพูดถึงตอนมีชีวิตเท่านั้น เมื่อตายจากไปชื่อเสียงสิ่งที่เคยทำก็ยังคงอยู่ให้คนข้างหลังได้ระลึกถึง เพราะฉะนั้น เคยทำสิ่งใดไว้ เมื่อจากโลกนี้ไป คนที่ยังอยู่จะนึกถึงสิ่งที่เคยทำเอาไว้                   ชีวิตคนเรามันก็เหมือนใบไม้ที่อยู่บนต้น เริ่มต้นก็สีเขียวอ่อนสดน่ามอง สีเริ่มเข้ม เริ่มเปลี่ยนเป็นสีเหลืองและก็ร่วงในที่สุด บางใบก็ร่วงในขณะที่ยังเขียวอยู่ เช่นกัน ชีวิตบางคนก็สิ้นสุดตอนแก่ ส่วนบางคนก็ยังคงเป็นวัยที่กำลังสร้างตัวแต่กลับต้องมาจบชีวิตทั้ง ๆ ที่ยังไม่ถึงเวลา นั่นแสดงให้เราทุกคนได้เห็นว่า ความตาย ไม่มีความแน่นอน อยากมาเมื่อไหร่ก็มา อาจจะเป็นอีกสิบปี  หนึ่งเดือน พรุ่งนี้ หรืออีกสองชั่วโมงข้างหน้า เราไม่สมารถล่วงรู้ได้เลย สิ่งที่เราควรระลึกและทำมันก่อนถึงเวลานั้นก็คือ กระทำสิ่งต่าง ๆ ที่ควรจะทำ เพราะถึงแม้ว่า ตัวเราจะดับสูญไปแล้วแต่ทว่า สิ่งที่เราเคยทำเอาไว้ตอนยังอยู่บนโลกจะถูกคนที่ยังอยู่ พูดถึง กล่าวชม ด่าแช่ง นึกถึงแม้กระทั่งสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ เคยช่วยใคร เขาก็จะนึกถึง เคยทำร้ายใครเขาก็จะนึกถึงไม่เหมือนกัน แต่ต่างกันตรงที่ว่าคนจะนึกถึงแบบไหนแค่นั้น เคยทำสิ่งใดไว้ เมื่อจากโลกนี้ไป […]

รวมเหตุผลว่าทำไม”เด็กที่ทำงานบ้านเป็นมักประสบความสำเร็จ”

รวมเหตุผลว่าทำไม”เด็กที่ทำงานบ้านเป็นมักประสบความสำเร็จ” เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว สาระน่าสนใจ

            แน่นอนว่าการเลี้ยงดูแต่ละคนนั้นไม่เหมือนกัน ต่างครอบครัว การเลี้ยงดูก็คนละแบบด้วยแน่นอนว่า”งานบ้าน”เป็นสิ่งที่หลายครอบครัวนั้นสอนต่างกัน บ้างก็สอนให้เด็กทำงานบ้านเป็น บ้างก็สอนไม่ต้องทำ แต่ทุกท่านรู้หรือไม่ครับว่าการที่เด็กทำงานบ้านเป็นมักมีโอกาสที่จะประสบความสำเร็จในชีวิตด้วย  เพราะอะไรไปดูกันครับ มีความอดทน             แน่นอนว่างานบ้านเป็นสิ่งที่เด็ก ๆ หลายคนต้องกลัวเกรง เพราะรู้ดีแน่นอนว่าการทำงานบ้านนั้นจะต้องเหนื่อย แต่นั้นละครับเด็กคนไหนที่กล้าทำงานบ้านนั้นหมายความว่าเขาพร้อมจะเหนื่อย ดังนั้นปัญหาเรื่องงานบ้านที่ดูเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเด็ก และในอนาคตที่เขาจะต้องเจอไม่ว่าปัญหาจะใหญ่ขนาดไหนก็สบายแน่นอน มีความรับผิดชอบ             “ความรับผิดชอบ” ไม่ใช่สิ่งที่บอกและจะมีได้แต่ต้องมาจากการฝึกฝน การทำจนเป็นนิสัย เมื่อใดที่ได้รับมอบหมายให้ได้รับงานบ้านมาและทำงานบ้านเสร็จ นั้นก็แสดงให้เห็นแล้วว่าเด็กคนนั้นมีความรับผิดชอบด้วยเช่นนกันดังนั้นแค่เรื่องงานบ้านเขายังทำมันสำเร็จ และในอนาคตถ้าเขามีความรับผิดชอบติดตัวไปย่อมมีโอกาสในการสำเร็จมากกว่าแน่นอน รู้จักวางแผน             สมมุติว่าคุณพ่อคุณแม่ไม่ได้มอบหมายงานบ้านไว้แค่ชิ้นเดียว แต่มอบไว้หลายชิ้นละครับ ? เจ้าตัวน้อยของเราคงจะเริ่มมองและคาดการณ์วางแผนไว้แล้วว่าจะทำอย่างไหนก่อน ซึ่งถึงแม้จะเลือกจากความชอบก็เถอะ แต่ก็ยังแสดงให้เห็นว่าเขานั้นยังรู้จักวางแผน             ที่ผมพูดไปไม่ใช่ว่าคนที่ทำงานบ้านไม่เป็นจะไม่ประสบความสำเร็จนะครับ ทุกคนย่อมมีโอกาสประสบความสำเร็จเสมออยู่ที่ว่าใครรจะคว้าโอกาสในการสำเร็จได้มากกว่าเท่านั้นเอง #ฝึกลูกให้มีความรับผิดชอบ #สอนลูกให้อดทน

การเป็นคนคิดต่างถูก หรือ ผิด ?

การเป็นคนคิดต่างถูก หรือ ผิด ? เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว สาระน่าสนใจ

            “คนติดต่าง” ตีความได้หลากหลายมากครับ เพราะคำว่าคิดต่างนั้นอาจจะหมายถึงคิดต่าง แต่ไม่นอกกรอบความเป็นมนุษย์ หรือคิดต่างคิดออกจากกรอบไปเลย  ซึ่งคนพวกนี้จะมีลักษณะนิสัยเหมือน ๆ กัน คือชอบมีความคิดจากต่างคนอื่นอาจจะถูกมองว่าแปลกแยก หรือ ไม่เข้าพวกก็มี (ผมก็เป็นอีกคนที่ชอบคิดต่าง)  และการเป็นคนคิดต่างนั้นข้อดีของเราจริง ๆ หรือเปล่าอาจจะมีบางคนไม่แน่ใจวันนี้เราลองมาไขสมการข้อนี้กัน             ก่อนจะมาแก้สมการความถูกผิดของคนคิดต่างก่อนอื่นเราลองมาฟังเรื่องเล่าอะไรกันสักเล็กน้อยดีกว่า โดยเรื่องเล่ากล่าวว่าหากนำผึ้งและแมลงวันมาใส่ไว้ในขวดเดียวกันและปิดฝาไว้ แต่ทำรูไว้ที่ขวดไว้เพื่อให้ทั้งสองตัวทดลองบินผ่าน  กล่าวว่าผึ้งนั้นจะหาทางออกไม่เจอเพราะพึ่งจะบินไปทศทางที่เห็นแสงอย่างเดียว ซึ่งตามสัญชาติญาณ ผึ้งจะบินเข้าหาแสงในตอนเช้าตลอดและออกไปหาทำภารกิจของตัวเอง แต่แมลงวันนั้นแตกต่างเขาบินไปตามใจ และค่อยเจอในทางออกที่สุด ถ้ากรณีนี้อย่างงี้ใครผิดละครับ ผึ้งที่บินตามที่ตัวเองคิดมาตลอด หรือ แมลงวัน ที่คิดต่างในการบินของตัวเอง (หรือผมที่สะเอะมาเล่าให้ฟัง ฮ่า ๆ)  ถ้าหากถามหาคำตอบผมตอบไม่ได้ ว่าใครผิดเพราะทุกสิ่งทุกอย่างของมันไม่มีเส้นแบ่งกันความผิดถูกไว้ เพียงแต่เหตุผลที่แมลงวันมีชีวิตอยู่ต่อเพราะตัวมันนั้นคิดต่าง ซึ่งถ้าหากให้สรุป การคิดต่างนั้นไม่ผิด เพียงแค่คิดต่าง แต่การคิดต่างนั้นบางทีเราจะต้องใช้ให้มันถูกาลเทศะ มากกว่าจะมาหาว่าถูกหรือผิด “คนติดต่าง”             โดยขอสรุปเลยนะครับจากทุกอย่างที่ถามทุกคนที่รู้จักการคิดต่างนั้นจะไม่ผิดหากไม่ไปขัดกับความคิดใคร (ซึ่งเป็นไปไม่ได้แน่นอน) เพราะฉะนั้นคนคิดต่างนั้นก็ไม่ได้ผิดแน่นอน เพียงแต่ไม่มีใครถูกหริอผิดในความคิดของตัวเองมากกว่า เพราะความคิดไม่มีเส้นแบ่งแยกความผิด เพราะทุกคนเรามีอิสระในความคิดของตัวเองนั้นเอง #คนคิดต่าง #mindset

ชาเครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลก

ชาเครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลกเรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว สาระน่าสนใจ

แต่ทุกวันนี้ผู้ชายที่ใช้ชีวิตอยู่ในสังคมทุกคนก็น่าจะเคยได้เข้าไปใช้บริการมินิมาร์ทหรือซุปเปอร์มาร์เก็ตซึ่งกลายเป็นร้านค้าแบบใหม่ขั้นพื้นฐานมาแทนโชว์ห่วยหรือร้านค้าท้องถิ่นแบบเก่า ที่ล่มหายตายจาก หายหน้าหายตาไปจากสังคมท้องถิ่นไทยกันแล้ว และแน่นอนว่าในซุปเปอร์มาเก็ตทั้งหลายในตู้เย็นของพวกเขามักจะปรากฏไปด้วยอุปกรณ์เครื่องดื่มมากมายให้ได้เลือกซื้อไปดื่มกินกันไม่ว่าจะเป็นกาแฟ โซดาเครื่องดื่มของมึนเมา แต่จะมีเครื่องดื่มอีกชนิดหนึ่งที่ในประมาณ 10 ปี มานี้ กลายมาเป็นเครื่องดื่มที่สำคัญในตู้เย็นมินิบาร์ทั้งหลายนั่นก็คือเครื่องดื่มประเภทชานั้นเอง ชาคืออะไร ชาเป็นยอดใบอ่อนและก้านของต้นชา เสื้อก็มีหลากหลายสายพันธุ์เช่นเดียวกับพืชผลอื่นๆซึ่งสามารถนำมาผ่านวิธีการแปรรูปมาเป็นเครื่องดื่มมีกลิ่นหอมสามารถดื่มได้แล้วว่ากันว่าเป็นเครื่องดื่มในอันดับที่ 2 ที่ผู้คนดื่มอื่นมากที่สุดรองจากน้ำเปล่า ต่างจากความเข้าใจของคน ทั่วไปที่คิดว่ากาแฟจะเป็นเครื่องดื่มอันดับที่ 2 ของโลก โดยประเภทของใบชานั้นมีหลายรูปแบบแต่เราจะสามารถแบ่งเป็นประเภทใด 6 ชนิด ด้วยกัน เริ่มต้นตั้งแต่เช้าขาวชาเหลืองชาเขียวชาอู่หลงชาดำ และชาผู่เออร์ ประเภทของชายคนนี้ไม่ได้หมายถึงสายพันธ์แต่อย่างไรแต่หมายถึงกรรมวิธีการทำวิชาที่ทำให้มีรสชาติออกมาแตกต่างกัน การแพร่หลายของการดื่มชา ว่ากันว่าประเทศเล็กๆที่ได้เกิดวัฒนธรรมการดื่มชาขึ้นนั้นนั่นก็คือประเทศจีนในสมัยพระเจ้าเสินหนิง ที่บังเอิญใบชาได้หล่นใส่หม้อต้มน้ำของพระองค์ ทำให้เมื่อทดลองได้ชิมน้ำที่ต้มดูก็รู้สึกถึงความสดชื่นจากใบชา จากนั้นวัฒนธรรมการดื่มชาในประเทศจีนก็เริ่มพัฒนาก้าวหน้าขึ้นเรื่อยๆซึ่งเกิดมาถึง 2000 ปีก่อนคริสตกาลเลยทีเดียว ทำให้มีเอกลักษณ์ และวัฒนธรรมไม่ว่าจะเป็นวิธีการชงชาอุปกรณ์ที่ใช้ชงเกิดขึ้นมากมายตามยุคสมัย จากนั้นก็แพร่หลายไปยังประเทศญี่ปุ่นมี 1 ประเทศ ที่มีวิธีการชงชาอันหลากหลาย โดยเชื่อกันว่ามีการแพร่หลายเข้าไปในดินแดนอาทิตย์อุทัยตั้งแต่ประมาณปี ค.ศ. 1991 ที่บริษัทอีสอินเดียของอังกฤษ ซึ่งเป็นหนึ่งในเครื่องมือการบุกรุกประเทศอื่นในยุคล่าอาณานิคมช่วงศตวรรษที่ 18 ได้เห็นช่องทางทำกำไรจากใบชาจึงได้นำต้นชาจากจีนแผ่นดินใหญ่ข้ามไปปลูกที่ประเทศอินเดียเพื่อหลีกหนีการที่จะต้องซื้อไปชาจากประเทศจีนแต่ที่เดียวตั้งแต่นั้นมา ก็เริ่มแพร่หลายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วประเทศยุโรป โดยเฉพาะประเทศอังกฤษเจ้าของบริษัทอีสอินเดีย ซึ่งแน่นอนว่าประเทศอังกฤษเองก็ได้มีการสร้างวัฒนธรรมการดื่มชาขึ้นมาเป็นของตนเองเช่นเดียวกัน หากแต่จะแตกต่างจากลักษณะการดื่มชากระจก และเพิ่มเติมรสชาติคล้ายกับการดื่มกาแฟอยู่บ้าง จากที่ได้กล่าวมาทั้งหมดที่อีกจะเห็นได้ว่าเครื่องดื่มที่เรียกว่าชานั้นมีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานหลายพันปีมาแล้ว และจะยังคงอยู่คู่สังคมมนุษย์โลกต่อไปอีกนานเท่าไหร่ #ชา

วิชาการฝังเข็มการรักษาที่สืบทอดกันมายาวนานนับพันปีจากจีนโบราณ

วิชาการฝังเข็มการรักษาที่สืบทอดกันมายาวนานนับพันปีจากจีนโบราณเรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว สาระน่าสนใจ

สำหรับคนที่ชื่นชอบการชมภาพยนตร์กำลังภายในจีนโบราณ คงจะพอนึกออกว่านอกจากการใช้กำลังภายในรักษาอาการบาดเจ็บจอมยุทธ์ในหนังที่เราคุ้นตากันแล้ว อีกวิชารักษายอดฮิตของหมอเทวดาแห่งที่ปรากฎในหนังจีนโบราณนั่นก็คือวิชาการฝังเข็มรักษาคนไข้ ซึ่งแตกต่างจากวิชาการรักษาแบบกำลังภายในซึ่งอาจจะอยู่ในจินตนาการที่ไม่ทราบว่ามีความจริงมากแค่ไหน แต่การรักษาด้วยการฝังเข็มนั้นมีอยู่จริง ซึ่งมีการศึกษารวมทั้งถ่ายทอดสืบต่อกันมาจนถึงปัจจุบัน แถมมันยังคงแพร่หลายนอกจากในประเทศจีนแล้ว ยังอยู่ในประเทศอเมริกาฝรั่งเศสญี่ปุ่น และประเทศอื่นทั่วโลก อีกทั้งในประเทศไทยก็ยังแผนกรักษาคนไข้แพทย์แผนจีนด้วยการฝังเข็มด้วยเช่นเดียวกัน ว่าด้วยการฝังเข็ม การฝังเข็มนั่นก็คือการใช้เข็มฝังเข้าไปตามจุดต่างๆของร่างกายเพื่อกระตุ้นให้ร่างกายในจุดนั้นสร้างสารเคมีขึ้นเป็นจำนวนมากกว่า 35 ชนิด ตั้งแต่ตำแหน่งที่ใช้ฝังเข็ม ซึ่งผลของมันมีตั้งแต่ช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยการกระตุ้นการเดิน และไหลเวียนของเส้นเลือด อีกทั้งยังสามารถเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่ร่างกาย ว่ากันว่าในอดีตยุคที่แพทย์แผนปัจจุบันไม่ได้มีบุคลากรเป็นจำนวนมากเช่นในตอนนี้ แพทย์แผนจีนโบราณต้องใช้วิชาฝังเข็มเพื่อชีวิตของคนไข้ที่กำลังจะเสียชีวิตในระหว่างสงครามมาแล้วหลายๆก็มี หรือถึงขั้นสามารถใช้รักษาอาการหัวใจวายของคนไข้ได้ด้วยการฝั่งเข็ม การฝังเข็มรักษารูปได้จริงหรือไม่ จากการศึกษาทางการแพทย์อย่างเป็นระบบมีการยอมรับกันว่าการรักษาโรคด้วยการฝังเข็มสามารถรักษาโรคได้หลายชนิด โดยเฉพาะอาการป่วยประเภทการปวดตามร่างกาย ปวดไหล่ ปวดคอ ปวดหลัง แม้แต่การกระตุ้นสารเคมีในร่างกายเพื่อรักษาอาการโรคซึมเศร้า และการวิตกกังวล ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ สำหรับผู้ป่วยที่เกิดจากอาการเครียดแม้กระทั่งไมเกรน อีกทั้ง ยังมีส่วนสำคัญในการช่วยคนทำการเลิกยาเสพติด และบุหรี่ แม้แต่ช่วยเผาพลาญไขมันก็ลดความอ้วนก็ยังทำได้ อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยที่เหมาะสมกับการรักษาด้วยการฝังเข็มนั้นเริ่มตั้งแต่ผู้ที่ไม่ต้องการรับประทานยา หรือสารเคมีจากร่างกาย หรือไม่อาจรับประทานยาอื่นๆเข้าไปรักษาอาการป่วยได้เพราะมีอาการแพ้ยาเป็นจำนวนมาก และหวาดกลัวว่าการรับประทานยารักษาโรคหลายชนิดอาจจะกระตุ้นทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้ หรือผู้ป่วยบางคนที่ใช้ยารักษาโรคโดยตรงตามปกติไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็นการใช้ยานอนหลับ และยาแก้ปวดประจำตนร่างกายไม่มีผลต่อยาดังกล่าว ด้วยเหตุนี้เอง มันจึงเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการรักษาอาการป่วย #การฝังเข็ม #ฝังเข็มรักษาโรค