รวมเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใสตามแบบฉบับสาวเกาหลี

รวมเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใสตามแบบฉบับสาวเกาหลี เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว เทคนิคต่างๆ สาระน่าสนใจ สมุนไพรช่วยฟื้นฟูผิวหน้า

การที่มีผิวพรรณที่มีความขาวกระจ่างใสถือว่าเป็นสิ่งที่สาว ๆหลายคนต้องการมากที่สุดเลยก็ว่าได้ จนทำให้บางคนถึงพยายามที่จะมองหาวิธีการที่จะทำให้ผิวมีความขาวใสในแบบธรรมชาติ แถมในปัจจุบันเทรนการที่มีผิวขาวแบบเกาหลีก็ถือว่ากำลังมาแรงที่สุดอยู่ในขณะที่เลยก็ว่าได้ ดังนั้นในบทความนี้ผู้เขียนจึงจะมาแนะนำรวมเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใสตามแบบฉบับสาวเกาหลีว่าแต่จะมีอะไรบ้างเรามาชมไปพร้อม ๆ กันเลย 1. ทาครีมบำรุงผิว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยทำให้ผิวของสาว ๆ มีความขาวกระจ่างใสมากขึ้น โดยสาว ๆ อาจจะต้องมองหาครีมบำรุงผิวที่เหมาะสมกับตนเองมากที่สุดจากนั้นก็หมั่นทาเป็นประจำเช้าและเย็นก็จะช่วยทำให้ผิวมีความขาวกระจ่างใสดั่งเกาหลีได้ในแบบที่ต้องการอีกด้วย 2. การรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ การที่สาว ๆ หมั่นทานอาหารที่มีประโยชน์และมีสารอาหารที่เพียงพอก็จะมีส่วนช่วยที่จะทำให้ผิวพรรณของสาว ๆ มีความขาวกระจ่างใสที่มากขึ้นกว่าเดิม  และที่สำคัญการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ก็ยังช่วยทำให้สุขภาพของสาว ๆ ดีขึ้นอีกด้วย 3. พักผ่อนให้เพียงพอ   ถือว่าเป็นสิ่งที่มีความสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้ โดยสาว ๆจะต้องพักผ่อนนอนหลับให้เพียงพอในแต่ละวัน ซึ่งการที่สาว ๆพักผ่อนเพียงพอก็จะมีส่วนช่วยทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย 4. ดื่มน้ำให้มาก ๆ การที่สาว ๆ ดื่มน้ำเปล่าเป็นประจำก็จะมีส่วนช่วยที่จะทำให้ผิวพรรณมีความสวยงามและดูเปล่งปลั่งมากขึ้นพร้อมกับยังมีส่วนช่วยในการขับสารพิเศษที่อยู่ในร่างกายให้ออกได้อย่างหมดจดอีกด้วย 5. มีวินัยในการดูแลผิวตัวเอง   การที่สาว ๆ จะมีผิวพรรณที่สวยงามแบบสาวเกาหลีได้ในแบบที่ต้องการจะต้องหมั่นดูแลผิวของตัวเองให้มีความขาวกระจ่างใสอย่างสม่ำเสมอด้วยการทาครีมบำรุงพร้อมกับหมั่นขัดผิวเป็นประจำก็จะช่วยทำให้ผิวมีความขาวใสมากขึ้นอีกด้วย เป็นอย่างไรบ้างสำหรับบทความรวมเคล็ดลับการดูแลผิวให้ขาวใสตามแบบฉบับสาวเกาหลีหวังว่าคงจะเป็นบทความที่ถูกใจสาว ๆ ที่กำลังมองหาตัวช่วยที่จะทำให้ผิวมีความขาวกระจ่างใสมากขึ้น แถมวิธีการดูแลผิวตามแบบฉบับสาวเกาหลีที่แนะนำไปข้างต้นก็ยังถือว่าเป็นวิธีการที่จะทำให้มีผิวขาวในแบบธรรมชาติโดยที่ไม่ต้องพึ่งการฉีดผิวหรือการใช้ครีมยี่ห้อแพง ๆอีกด้วย เครดิตภาพ sanook.com, khong-dee.com, women.kapook.com #เรื่องทั่วไป […]

รวม 5 สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้ดีเยี่ยม

รวม 5 สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้ดีเยี่ยม เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว เทคนิคต่างๆ สาระน่าสนใจ สมุนไพรช่วยฟื้นฟูผิวหน้า

เชื่อว่าสาว ๆ หลายคนอาจจะต้องมีการเสียเงินในราคาแพง ๆ ด้วยการทำทรีตเมนต์หน้าใสกับทางคลินิกหรือสถาบันความงามต่าง ๆ ซึ่งการที่ทำให้ผิวมีความขาวใสด้วยเทคนิคทางการแพทย์ถือว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้เรามีผิวพรรณที่สวยงามมากขึ้น แต่ก็อาจจะมาพร้อมกับความเสี่ยงที่มากพอสมควรที่จะส่งผลทำให้สาว ๆ เกิดอาการแพ้จนส่งผลทำให้ใบหน้าพังและเสียโฉมได้ ดังนั้นเราจึงมาแนะนำรวม 5 สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้ดีเยี่ยม ว่าแต่จะมีอะไรบ้างเรามาชมไปพร้อม ๆ กันเลย 1. น้ำแตงกวา ถือว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวหน้ามีความเต่งตึงมากขึ้นและดูอ่อนกว่าวัยโดยให้สาว ๆนำแตงกวามาปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาทาบริเวณใบหน้าก่อนนอนเป็นประจำทุกคืนซึ่งน้ำในแตงกวาจะมีส่วนช่วยที่จะเติมเต็มผิวให้มีความชุ่มชื้นมากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย 2. น้ำแครอท การที่สาว ๆ ดื่มน้ำแครอทเป็นประจำก็จะมีส่วนช่วยทำให้ผิวหน้าและผิวกายมีความกระจ่างใสในแบบธรรมชาติพร้อมกับยังมีส่วนช่วยในการลดเลือนริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้เป็นอย่างดีอีกด้วย และที่สำคัญถ้าดื่มเป็นประจำก็จะมีส่วนช่วยในการบำรุงสายตาที่จะทำให้การมองเห็นดีขึ้นอีกด้วย 3. ชาดอกคาโมมายล์ สำหรับดอกคาโมมายล์ถือว่าเป็นตัวช่วยที่จะทำให้ผิวกายและผิวหน้ามีความชุ่มชื้นมากขึ้นพร้อมกับยังช่วยลดเลือนริ้วรอยต่าง ๆบนใบหน้าให้ดูจางลงมากขึ้นกว่าเดิมหลายเท่า และที่สำคัญถ้าดื่มชาดอกคาโมมายล์เป็นประจำทุกวันที่จะช่วยเสริมสร้างเซลล์ผิวให้มีความแข็งแรงอีกด้วย 4. ตะไคร้ สำหรับการดื่มน้ำตะไคร้เป็นประจำก็จะช่วยทำให้ผิวหน้ามีความชุ่มชื้นมากขึ้นและมีส่วนช่วยในการกระชับรูขุมขนบนใบหน้าให้มีขนาดที่เล็กลงกว่าเดิมหลายเท่า และที่สำคัญน้ำตะไคร้ยังช่วยทำให้สาว ๆมีสุขภาพที่ดีขึ้นอีกด้วย 5. ว่านหางจระเข้ สำหรับสาว ๆที่อยากจะมีใบหน้าที่ขาวกระจ่างใสขอแนะนำให้มองหาว่านหางจระเข้มาพอกหน้าเป็นประจำก่อนนอนก็จะมีส่วนช่วยในการลดเลือนรอยแผลเป็นต่าง ๆบนใบหน้าให้ดูจางลงพร้อมกับเผยผิวที่มีความขาวกระจ่างใสที่มากขึ้นกว่าเดิมอีกด้วย จบกันไปแล้วนะคะสำหรับบทความรวม 5 สมุนไพรที่ช่วยฟื้นฟูผิวหน้าได้ดีเยี่ยมหวังว่าคงจะเป็นบทความที่ถูกใจสาว ๆที่กำลังมองหาตัวช่วยที่จะทำให้ผิวพรรณมีความขาวกระจ่างใสมากขึ้น แถมสมุนไพรที่ผู้เขียนแนะนำไปข้างต้นก็ยังมาพร้อมกับคุณประโยชน์มากมายหลายอย่างที่จะช่วยทำให้ผิวมีความขาวกระจ่างใสในแบบธรรมชาติอีกด้วย เครดิตภาพ women.kapook.com #เรื่องทั่วไป #เกร็ดความรู้รอบตัว #เทคนิคต่างๆ #สาระน่าสนใจ #สมุนไพรช่วยฟื้นฟูผิวหน้า

ทริคปรับการขับถ่ายให้เป็นเวลา

ทริคปรับการขับถ่ายให้เป็นเวลา เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว เทคนิคต่างๆ สาระน่าสนใจ ทริคการขับถ่ายให้เป็นเวลา

การขับถ่ายให้เป็นเวลาถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก แต่เราเชื่อว่าก็ยังมีอีกหลายคนที่ขับถ่ายยาก หรือถ่ายไม่ค่อยออก เป็นปัญหาที่ค่อนข้างอึดอัดเลยทีเดียว เพราะการไม่ขับถ่ายบ่อยๆจะส่งผลให้ลำไส้ดูดน้ำในอุจจาระมากขึ้น จนอุจจาระมีความแข็งและไปขูดกับผนังลำไส้จนเลือดออกได้ ใครที่ขับถ่ายไม่เป็นเวลาไม่ต้องกังวลนะคะ วันนี้เรามีทริคปรับการขับถ่ายให้เป็นเวลามาแจกเพื่อนๆทุกคน รับรองว่าได้ผลแน่นอนค่ะ 1. รีบเข้าห้องน้ำตั้งแต่เช้า สำหรับช่วงเวลาที่เหมาะแก่การเข้าห้องน้ำก็คือช่วงเช้า ตั้งแต่เวลา 05.00-07.00 น. แต่หากไม่ปวดก็ไม่ควรเบ่งนะคะ เพราะอาจทำให้เกิดริดสีดวงตามมาได้ เพียงแค่ฝึกเข้าห้องน้ำให้ตรงเวลาการขับถ่ายเป็นเวลาก็จะตามมาเองค่ะ 2. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ การออกกำลังกายถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีที่ทำให้การขับถ่ายดีขึ้น นอกจากจะช่วยให้เราสามารถขับถ่ายเป็นเวลาแล้ว ยังช่วยให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพอีกด้วย ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนักๆก็ได้ เพียงแค่เดิน วิ่ง หรือกระโดดเชือกก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายแล้วค่ะ 3. พักผ่อนให้เป็นเวลา ข้อนี้ก็ถือว่าสำคัญมาก เพราะหากเราพักผ่อนไม่เป็นเวลา ก็จะทำให้ระบบการทำงานในร่างกายแปรปรวน รวมไปถึงระบบขับถ่ายที่ทำให้ถ่ายไม่เป็นเวลานั่นเอง ดังนั้นหากอยากขับถ่ายให้เป็นเวลา ควรทานอาหารให้ตรงเวลา นอนและตื่นให้ตรงเวลา การขับถ่ายก็จะตรงเวลาไปด้วยแน่นอน 4. ดื่มน้ำทุกเช้าหลังตื่นนอน หลังจากตื่นนอนในตอนเช้าแล้วควรหยิบน้ำมาดื่มทันทีอย่างน้อย 1 แก้ว เพื่อเป็นการปลุกระบบย่อยอาหารให้เริ่มตื่นตัว ระบบขับถ่ายก็จะตื่นตัวตามไปด้วย ซึ่งจะช่วยให้เราขับถ่ายเป็นเวลาอย่างแน่นอน 5. ทานอาหารที่มีกากใยสูง ปัญหาการขับถ่ายไม่ว่าจะถ่ายยากหรือถ่ายบ่อยก็มาจากอาหารที่เราทานนั่นเอง หากอาหารที่เราทานมีกากใยไม่เพียงพอก็จะทำให้เกิดอาการท้องผูก ควรเลือกทานอาหารที่มีกากใยสูง เช่น ผัก ผลไม้ ธัญพืชต่างๆเพื่อให้ขับถ่ายเป็นเวลาได้ง่ายขึ้น 6. […]

5 วิธีการดูแลผิวก่อนนอนให้มีความขาวกระจ่างใส

5 วิธีการดูแลผิวก่อนนอนให้มีความขาวกระจ่างใส เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว เทคนิคต่างๆ สาระน่าสนใจ วิธีการดูแลผิวก่อนนอน

การที่จะมีผิวหน้าที่ขาวใสถือว่าเป็นความฝันของสาว ๆ หลายคนก็ว่าได้จนทำให้สาว ๆบางคนถึงกับถึงหาครีมยี่ห้อแพง ๆมาใช้กันในแบบที่หลากหลายจนส่งผลทำให้บางคนถึงกับหน้าพังกันมาแล้วก็มี ดังนั้นในบทความนี้เราจึงจะมาแนะนำ 5 วิธีการดูแลผิวก่อนนอนให้มีความขาวกระจ่างใส ว่าแต่จะมีอะไรบ้างเรามาชมไปพร้อม ๆ กันเลย 1. ล้างหน้าให้สะอาดทุกครั้ง ภายหลังจากที่สาว ๆ แต่งหน้ามาตลอดทั้งวันควรมีการทำความสะอาดในแบบที่ถูกวิธีด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดที่อ่อนโยนจึงจะมีส่วนช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้าได้อย่างหมดจดพร้อมกับยังมีส่วนช่วยในการทำความสะอาดผิวหน้าได้ดีในระดับหนึ่งอีกด้วย 2. การใช้โทนเนอร์ ภายหลังจากที่สาว ๆแต่งหน้ามาตลอดทั้งวันในส่วนของการล้างหน้าที่เป็นขั้นตอนสุดท้ายควรมีการทำความสะอาดผิวหน้าด้วยการใช้โทนเนอร์ที่มีส่วนผสมของแตงกวาและสารบำรุงก็จะมีส่วนช่วยในการทำความสะอาดได้อย่างล้ำลึกพร้อมกับยังช่วยทำให้ผิวหน้ามีความสะอาดมากขึ้นอีกด้วย 3. ควรทาอายครีมก่อนนอนทุกครั้ง สำหรับผิวบริเวณรอบดวงตาถือว่ามีความสำคัญมากที่สุดเลยก็ว่าได้ ดังนั้นควรมองหาอายครีมยี่ห้อดี ๆมาบำรุงผิวบริเวณรอบดวงตาเป็นประจำก่อนนอนทุกวันก็จะช่วยทำให้ผิวบริเวณรอบดวงตามีความเต่งตึงมากขึ้นอีกด้วย 4. หมั่นทาวาสลีนเป็นประจำ สำหรับวานสลีนถือว่าเป็นไอเท็มสำคัญที่จะช่วยทำให้ผิวมีความชุ่มชื่นมากยิ่งขึ้น แถมยังมีส่วนช่วยที่ทำให้ผิวบริเวณข้อศอก หัวเข่า ส้นเท้า มีความนุ่มและมีส่วนช่วยในการปรับสภาพผิวให้มีความขาวกระจ่างใสอีกด้วย 5. หมั่นทาครีมบำรุงมือเป็นประจำ สำหรับมือถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่สาว ๆ ควรดูแลมากที่สุดเลยก็ว่าได้ดังนั้นควรมองหาครีมทามือยี่ห้อดี ๆที่มีส่วนผสมของวิตามินอีจึงจะมีส่วนช่วยที่จะทำให้ผิวมีความชุ่มชื้นพร้อมกับมีส่วนช่วยในการลดความแห้งกร้านได้ในระดับหนึ่งอีกด้วย เป็นอย่างไรบ้างสำหรับบทความ 5 วิธีการดูแลผิวก่อนนอนให้มีความขาวกระจ่างใส หวังว่าคงจะเป็นบทความที่ถูกใจสาว ๆที่กำลังมองหาวิธีการบำรุงผิวให้มีความกระจ่างใสด้วยวิธีธรรมชาติโดยที่จะไม่ส่งผลข้างเคียงใด แถมวิธีการดูแลผิวที่ผู้เขียนแนะนำไปข้างต้นก็ยังถือว่าเป็นวิธีการดูแลผิวในแบบเบื้องต้นที่จะช่วยทำให้ผิวของสาว ๆมีความขาวใสในแบบไม่ต้องพึ่งการฉีดผิวหรือใช้ครีมในราคาแพงใด ๆ อีกด้วย เครดิตภาพ women.kapook.com #เรื่องทั่วไป #เกร็ดความรู้รอบตัว #เทคนิคต่างๆ #สาระน่าสนใจ #วิธีการดูแลผิวก่อนนอน

วัฒนธรรมการดื่มชาของจีนโบราณจนถึงปัจจุบัน

วัฒนธรรมการดื่มชาของจีนโบราณจนถึงปัจจุบัน เรื่องทั่วไป เกร็ดความรู้รอบตัว สาระน่าสนใจ

การดื่มชาของประเทศจีนไม่ใช่เพียงแค่ดื่มเพื่อเป็นอาหารเพียงเท่านั้น แต่มันยังแฝงไว้ถึงปรัชญาการดำเนินชีวิตการเมือง และประเพณีอันดีงามซึ่งเชื่อว่าเริ่มต้นถือกำเนิดเกิดมาที่บริเวณดินแดนเสฉวน ซึ่งว่ากันว่าการดื่มชานี้มีต้นกำเนิดมาจากฮ่องเต้องค์หนึ่งที่ชื่อ เสินหนง ซึ่งเป็นปรมาจารย์แห่งการปลูกชา ที่ได้มีการบันทึกคัมภีร์สมุนไพรของตนขึ้นโดยกล่าวไว้ว่าตนนั้นเคยชิมสมุนไพรต่างๆ มากถึง 100 ชนิดในวันเดียว ทำให้ถึงขั้นถูกพิษ 72 ชนิดในวันเดียวกัน ดีแต่ในท้ายที่สุดพิษทั้งหมด ก็ถูกขจัดออกไปได้ด้วยการดื่มใบชา การดื่มชานั้นเกิดขึ้นก่อนคริสตกาลประมาณ 2 พันกว่าปี จากการศึกษาทางประวัติศาสตร์นั้นพบว่า ได้เริ่มมีการจารึกตำราเกี่ยวกับการชงชา หรือชงชาสำหรับดื่มมาตั้งแต่ประมาณ 2,697 ก่อนช่วงคริสตกาล โดยเฉพาะในสมัยฮั่นตะวันออกว่ากันว่าหมอชื่อดังในอดีตที่ขึ้นชื่อว่าหมอเทวดาหัวโต๋เอง ก็ได้เคยมีการจดบันทึกเอาไว้ว่าชานั้นมีสรรพคุณในทางยาซึ่งช่วยในการบำรุงสมองอีกด้วย การดื่มชานั้นแทรกอยู่ในทุกยุคสมัยของจีนโบราณ 1 ในยุคสมัยที่กล่าวว่าสำคัญที่สุดสำหรับวัฒนธรรมการดื่มชาในจีนโบราณนั่นก็คือยุคราชวงศ์ถัง ที่ว่ากันว่าเป็นยุคที่เฟื่องฟูทั้งในด้านวัฒนธรรม และทางด้านเศรษฐกิจ โดยในยุคดังกล่าวได้ถือกำเนิดปรมาจารย์ชา หรือผู้ที่ถูกเรียกว่าเซียนชาที่ชื่อ ลู่อวี่ ซึ่งเป็นผู้ริเริ่มศึกษาวิชาดื่มชาเป็นคนแรก ซึ่งได้ทำการทุ่มเทชีวิตให้กับการศึกษาวิชาเกี่ยวกับชาอย่างจริงจัง จนกระทั่งสามารถบันทึกความรู้ซึ่งกลายมาเป็นคัมภีร์แห่งชามาจนถึงปัจจุบัน เขาว่ากันว่าชากลายมาเป็นส่วนหนึ่งในวัฒนธรรมที่สำคัญในราชสำนักราชวงศ์ซ่งในเวลาต่อมา ขุนนางใดที่ทำคุณทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองได้เป็นอย่างดี ก็จะมีการได้รับพระราชทานชาคุณภาพดีจากองค์จักรพรรดิ วัฒนธรรมการใช้ชาเป็นเครื่องดื่มต้อนรับแขกที่เข้ามาเยี่ยมบ้านเมือง แม้แต่การใช้ชาเป็นของหมั้นหมาย และวิธีดื่มชาในการแต่งงานก็ได้เกิดขึ้นในยุคสมัยนี้ ชากับประเทศจีนในปัจจุบัน ว่ากันว่าในปัจจุบันเมืองหังโจวได้พัฒนามาเป็นจุดศูนย์กลางของเหล่าผู้ที่รักในวัฒนธรรมชาของประเทศจีนถึงขั้นมีการก่อตั้งสมาคมบ้านคนรักชาขึ้นในปี 1982 จากนั้นก็มีการสร้างศูนย์วิจัยวัฒนธรรมสากลแห่งประเทศจีนขึ้นที่เมืองหังโจวในปี 1991 และการเปิดพิพิธภัณฑ์ใบชาแห่งเมืองหังโจวในปี 1998 แล้วจะยังเป็นอีกหนึ่งผลิตภัณฑ์สำคัญที่ส่งผลถึงเศรษฐกิจของประเทศจีนอย่างมากอีกด้วย #วัฒนธรรมการดื่มชา #ชา

เฟิร์น หรือ เฟิน พรรณไม้ยอดนิยม ปลูกง่าย สวยคลาสสิค !

เฟิร์น หรือ เฟิน พรรณไม้ยอดนิยม ปลูกง่าย สวยคลาสสิค !

ไม้ประดับยอดนิยม อย่าง เฟิร์น หรือ เฟิน เป็นพืชที่มีหลายสายพันธุ์แต่ทุกๆสายพันธุ์ก็จะมีความสวยงามที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พืชชนิดนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในการนำมาประดับตกแต่งบ้านให้มีความสวยงามเนื่องจากเป็น พืชประดับ ปลูกง่าย ทนแล้ง บทความนี้จะมามาดูเฟิร์นยอดนิยมที่คนชอบนำมาปลูกประดับบ้าน เฟิร์นใบมะขาม เฟิร์นใบมะขาม เป็นเฟิร์นที่ใครหลายๆคนคงต้องคุ้นตากันเป็นอย่างดี เพราะว่านิยมปลูกกันอย่างแพร่หลาย มีความทนทานต่อโรคและแมลงศัตรูพืช  เป็นพืชที่ขยายพันธุ์ได้ง่าย เติบโตได้รวดเร็ว มีลักษณะของใยที่เรียงตัวกันอย่างสวยงามเหมือนใบของต้นมะขาม เฟิร์นบอสตัน เฟิร์นบอสตัน เฟิร์นชนิดนี้มีมากมายหลายสายพันธุ์แต่ที่คุ้นหน้าคุ้นตากันดีก็คือ เฟิร์นบอสตันแคระ เฟิร์นบอสตัน เป็นพืชที่มีความต้องการน้ำและความชื้นที่สูง นอกจากความสวยงามของมันแล้ว พืชชนิดนี้ยังมีความสามารถที่ช่วยฟอกอากาศให้แก่บริเวณนั้น ๆ ดูดซับสารพิษในอากาศได้ดีอีกด้วย เฟิร์นข้าหลวง เฟิร์นข้าหลวง เฟิร์นชนิดนี้มีความแข็งแรงทนทาน เฟิร์นชนิดนี้จะเติบโตได้ดีบนดิน มีลักษณะเป็นกอวงใหญ่ โตไว ปลูกง่าย ขนาดของเฟิร์นชนิดนี้จะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆตามขนาดของกระถาง ชอบอากาศร้อนแดดจัด แต่ก็มีความต้องการน้ำด้วยเช่นกัน เฟิร์นสไบนาง เฟิร์นสไบนาง เป็นเฟิร์นอีกชนิดหนึ่งที่คนนิยมปลูก เรามักจะคุ้นตากันดีตามร้านกาแฟต่างๆที่นิยมปลูกเพื่อเพิ่มความร่มรื่นย์และสวยงามให้กับบริเวณร้าน เนื่องจากมีพุ่มกอที่มีขนาดใหญ่ เฟิร์นชนิดนนี้จะมีใบที่ยาวและเรียวสวยงาม ดูแลรักษาง่าย อยู่ได้นานหลายปี เฟิร์นชายผ้าสีดา เฟิร์นชายผ้าสีดา เฟิร์นชนิดนี้เป็นเฟิร์นอิงอาศัย มักเกาะอาศัยตามต้นไม้ใหญ่ มักจะพบได้ตามป่า ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมในวงการเฟิร์น ถึงแม้ว่าเฟิร์นชนิดนี้จะเติบโตค่อนข้างช้า แต่ด้วยความสวยงามมีเอกลักษณ์ของมัน […]

สูตรเมนูหมูสามชั้นทอดพริกแกง กินเล่นก็เพลินกินกับข้าวก็อร่อย

สูตรเมนูหมูสามชั้นทอดพริกแกง กินเล่นก็เพลินกินกับข้าวก็อร่อย

ช่วง Covid – 19 แบบนี้เป็นโอกาสดีให้หลายคนได้ลองหัดเข้าครัวผันตัวเป็นเชฟมือใหม่ ซึ่งวันนี้ก็มีเมนูง่ายๆ มานำเสนอเป็นสูตรหมูสามชั้นทอดพริกแกงที่บอกเลยว่าทำง่ายมากๆ มาดูสูตรและวิธีทำกันเลย ส่วนผสมสำหรับทำหมูสามชั้นทอดพริกแกง -หมูสามชั้น 2 ชิ้น -พริกแกงเผ็ด 2 ช้อนโต้ะ -น้ำตาลทราย 1 ช้อนโต้ะ -น้ำปลา 1 ช้อนโต้ะ -น้ำเปล่า 5 ช้อนโต้ะ -แป้งอเนกประสงค์ 2 ช้อนโต้ะ น้ำมันพืชสำหรับทอด วิธีทำหมูสามชั้นทอดพริกแกง 1.ให้ปรุงน้ำหมักก่อน เริ่มจากใส่พริกแกงเผ็ด น้ำตาล น้ำปลา น้ำเปล่าและตามด้วยแป้งอเนกประสงค์ คนส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันจนละลายเป็นเนื้อเดียว 2.จากนั้นให้นำหมูสามชั้นลงไปคลุกกับซอสพริกแกงแล้วหมักไว้ประมาณครึ่งชั่วโมง 3.ตั้งกระทะใส่น้ำมันให้ร้อน ใส่ให้ท่วมหมูเพื่อไม่ให้น้ำมันกระเด็น 4.ทอดหมูให้เหลืองสุก สังเกตดูจากสีของสามชั้นอย่าให้แข็งหรืออ่อนจนเกินไปเพราะจะทำให้กินยากไม่อร่อย ดูให้พอดีจากนั้นตักขึ้นมาพักไว้ให้สะเด็ดน้ำมัน 5.เมื่อหมูสามชั้นเย็นตัวแล้วให้นำมาหั่นเป็นชิ้นพอดีคำ แล้วตักใส่จานเสิร์ฟ เคล็ดลับการทำหมูสามชั้นทอดพริกแกง 1.สำหรับหมูสามชั้นให้เลือกชั้นมันน้อยกว่าชั้นเนื้อเวลากินจะอร่อยกว่าไม่เลี่ยนมากจนเกินไป เลือกแบบสดๆ จะทำให้หมูไม่มีกลิ่นและมีสีสวย 2.ก่อนนำไปทอดให้ใช้ส้อมหรือไม้จิ้มลงบนชั้นมันและชั้นเนื้อเพื่อให้ซอสหมักซึมเข้าไปข้างในได้ง่าย หากมีเวลาควรหมักไว้นานกว่า 30 นาทีเพื่อให้ถึงเครื่องมากยิ่งขึ้น 3.สำหรับน้ำปรุงหมักซอสพริกแกงนั้น หากว่าพริกแกงเค็มเกินไปให้เพิ่มน้ำตาลเข้าไปอีกหรือลดน้ำปลาลงเพื่อลดความเค็ม 4.น้ำมันสำหรับทอด ให้เลือกใช้น้ำมันใหม่ […]

ข้อคิดจากบุคคลที่เทพกว่า

ข้อคิดจากบุคคลที่เทพกว่า

ข้อคิดจาก Layering Cueing from Simple to Complex Session By. Pilipe Perair  ที่เข้าไปฟังแล้วชอบมากในงาน Asia Fitness Conference 2019 1. ไม่ต้องใส่ทุกอย่าง เลือกที่จำเป็นก่อน ตามคอนเซ็ปของชื่อ Session นี้ Simple to Complex Philipe จะแสดงให้เห็นถึงว่า คุณไม่จำต้องอธิบายทุกสิ่งอย่าง หรือ Cueing ทุกจุดตั้งแต่วันแรก หรือ สำหรับลูกค้าใหม่ เพราะอัตราการรับรู้และเรียนรู้ของคนในช่วงแรกรับรู้ได้น้อย เลือกเท่าที่จำเป็นและเป็นจุดสำคัญของท่าออกกำลังกายนั้นๆ แต่แน่นอนว่าก็ไม่ใช่ว่าปล่อยให้ทำผิดจนอันตรายนะ เมื่อพยายามใส่เยอะ ก็เหมือนคุณกำลังเทน้ำที่เต็มแก้ว ไม่ใช่ว่าเขารู้แล้วและเขาไม่รับนะ เขาเต็มแล้วเพราะแก้วเขาเล็กในวันนี้สามารถรับได้แค่นี้ แต่ก็ไม่ใช่กับทุกคนนอกเว้นเสียว่า ลูกค้าคุณคือระดับโปรหรือมีความรู้มาเต็มเปี่ยมลูกค้าระดับนี้ต้องการ Feedback ที่เจาะจงและเชิงลึกมากขึ้น เพื่อพัฒนาและเพิ่มพูนทักษะของเขา และแน่นอนว่าการให้ Feedback อย่าตำหนิ ให้นึกถึงการใช้ทฤษฏี ติชม หรือ Sandwich Approch เฮ้ !! […]

ผักสวนครัว ปลูกง่าย โตเร็ว ไม่ยุ่งยาก ปลูกติดบ้านไว้กินเอง ปลอดภัยไร้สารเคมี

ผักสวนครัว ปลูกง่าย โตเร็ว ไม่ยุ่งยาก ปลูกติดบ้านไว้กินเอง ปลอดภัยไร้สารเคมี

หากคุณอยากจะเริ่มปลูก ผักสวนครัว แต่ก็กลัวว่าจะดูแลยาก ไม่รู้ขั้นตอนการปลูก แต่ก็อยากปลูกติดบ้านไว้เพื่อเป็นการประหยัดไปอีกแบบ แถมยังมั่นใจได้ว่า ผักที่ปลูกเองเหล่านี้เป็น ผักปลอดภัยไร้สารพิษ บทความนี้จะมาแนะนำเกี่ยวกับ ผักสวนครัวปลูกง่าย ผักสวนครัวอายุสั้น ที่ทั้งปลูกง่ายและได้ผลผลิตเร็ว ผักชี ผักสวนครัวยอดฮิต คู่อาหารไทย ไม่ว่าเมนูไหน ๆหากได้เจ้าผักชนิดนี้ไปโรยหน้าตกแต่ง อาหารเหล่านั้นก็จะดูดีน่ารับประทานขึ้นมาทันตาเห็น แถมรากของผักชียังสามารถนำไปประกอบอาหารได้มากมายหลากหลายอย่าง นับว่าเป็นผักสวนครัวที่เป็นคู่เคียงอาหารไทยมาอย่างช้านานเลยก็ว่าได้ และวิธีการปลูกผักชีนั้นก็ไม่ยุ่งยากเลย ผักชีเป็นผักที่ชอบดินที่ระบายน้ำได้ดี เช่น ดินร่วนปนทราย นำดินไปตากแห้งผสมกับปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยสด จากนั้นบดเมล็ดผักชีให้แตกออกเป็น 2 ซีกแล้วนำเมล็ดไปแช่น้ำ ผึ่งลม แล้วนำมาคลุกกับขี้เถ้าหรือทราย หลังจากนั้นก็นำลงกระถาง กลบด้วยฟางข้าวหรือหญ้าแห้ง รดน้ำให้ชุ่มและรอประมาณ 40-60 วัน พริก ผักชนิดนี้ เป็นวัตถุดิบจำเป็นในหลายๆเมนูของการประกอบอาหาร เพราะว่าคนไทยนิยมทานอาหารที่ค่อนข้างมีรสจัด เพราะฉะนั้นจะขาด พริก ไปไม่ได้ คุณแม่บ้านทั้งหลายจะต้องมีพริกติดตู้เย็นกันไว้ทุกบ้าน พืชชนิดนี้ก็สามารถปลูกได้ไม่ยุ่งยากเช่นเดียวกัน หากสามารถปลูกติดไว้ที่บ้านก็จะเป็นการประหยัดไปในตัว สามารถปลูกได้ดังนี้ นำเมล็ดพริกไปแช่น้ำทิ้งไว้เป็นเวลา 1 วัน แล้วนำมาผึ่งแดด แกะเมล็ดพริก แล้วนำไปเพาะเป็นต้นกล้า เตรียมดินร่วนปนทรายผสมปุ๋ย แล้วหย่อนเมล็ดต้นกล้าลงไป กลบดิน […]

2 เมนูเด็ดทานคู่กันได้ สูตรจากตำรับดุสิตธานี

2 เมนูเด็ดทานคู่กันได้ สูตรจากตำรับดุสิตธานี.

เดี๋ยวนี้การปรุงอาหารให้อร่อยไม่ใช่เรื่องยากแล้วเพราะมีสารพัดสูตรให้ทำตาม และวันนี้เราก็มี 2 สูตรเด็ดจากดุสิตธานี เรียกว่าเป็นเมนูที่กินเข้ากันได้ในวันว่างๆ นั่นคือเมนูเมี่ยงปลาทูและหมูสะเต๊ะ ลองมาดูวิธีทำกันเลย 1.เมี่ยงปลาทู ตำรับดุสิตธานี เมี่ยงมีลักษณะการกินที่ไม่เหมือนใครเพราะว่าต้องนำส่วนผสมมาห่อกับผัก ซึ่งเป็นอาหารไทยๆ ที่มีความอร่อยกินเป็นอาหารว่างเหมาะสุดๆ ลองมาดูส่วนผสมและวิธีทำกันเลย ส่วนผสมเมี่ยงปลาทู -ปลาทูนึ่ง (ตัวละ 200 กรัม) 2 ตัว -ขิงอ่อนหั่นลูกเต๋าขนาด 0.5 ซม. 40 กรัม -หอมแดงหั่นลูกเต๋าขนาด 0.5 ซม. 40 กรัม -ถั่วลิสงคั่ว 40 กรัม -มะนาวหั่นลูกเต๋าขนาด 0.5 ซม. 40 กรัม -กุ้งแห้งทอด 40 กรัม -พริกขี้หนูสวนซอย 20 กรัม -ใบผักกาดหอม 3-4 ต้น -เส้นหมี่แช่น้ำลวกสุก 80 กรัม -น้ำมันพืชสำหรับทอด ส่วนผสมน้ำเมี่ยง -น้ำปลา 40 มิลลิลิตร […]